แมลงหนี...มีรอยยิ้มแทน

posted on 26 May 2015 22:55 by quillanparzen

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สานสุข http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


                การใช้พลังงานเชื้อเพลิงนับวันจะยิ่งทวีคูณขึ้น การแสวงหาพลังงานทางเลือกจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยต่ออายุของพลังงานฟอสซิลให้มีใช้ไปถึงคนรุ่นหลัง สิ่งเหล่านี้หลายฝ่ายมีความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

23

                ‘ยลระยอง’ ฉบับนี้จึงขอไปเยี่ยมชมภูมิปัญญาชาวบ้านอีกหนึ่งเรื่อง ที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ได้ลงตัว จนเกิดกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเชิงเนิน ด้วยการทำ ‘สมุนไพรไล่แมลงจากพลังงานแสงอาทิตย์’ ที่ใช้พืชท้องถิ่นประยุกต์เป็นยาไล่แมลงในครัวเรือน และนอกจากได้น้ำสมุนไพรไล่แมลงแล้ว ยังเกิดเป็นความสามัคคี ที่ก่อตัวขึ้นหลังจากที่มีการรวมกลุ่มทำงาน

_U2C8869                จุดเริ่มต้นของหม้อต้มพลังงานแสงอาทิตย์เกิดขึ้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2554 กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุมชนเชิงเนิน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในชุมชน เรื่องของการใช้ยาฆ่าแมลงทำให้มีสารตกค้างอยู่ในพืชผักสวนครัว ซึ่งนิยมปลูกไว้กินเองตามบ้านเรือน ชาวบานก็อยากจะลดต้นทุนเรื่องการซื้อยาฆ่าแมลง และเป็นห่วงเรื่องสุขภาพในระยะยาว

                เมื่อเห็นปัญหา ก็นำมาสู่การแก้ไข มีการทำประชาคมหมู่บ้าน ร่วมกับบริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทกลุ่ม ปตท. ที่ดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ จัดโครงการการมีส่วนร่วมกับชุมชนในด้านการอนุรักษ์พลังงาน และร่วมกับเทศบาลตำบลเชิงเนิน หาวิธีแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทางเกษตรตำบลเชิงเนินเสนอให้ชุมชนทำหม้อต้มสมุนไพรปราบแมลงพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการลดความสิ้นเปลืองพลังงานฟอสซิล ลดมลพิษ โดยใช้พืชท้องถิ่น

                ปลายปี พ.ศ. 2554 เครื่องสกัดสารสมุนไพรไล่แมลงด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘หม้อต้มสมุนไพรปราบแมลงพลังงานแสงอาทิตย์’ จึงเกิดขึ้น และเกิดการรวมกลุ่ม เพื่อเฝ้าระวังเรื่องสุขภาพของประชาชน 7 หมู่บ้านในตำบลเชิงเนิน

                คุณสีกัญญา ไชยพินิจ กำนันหญิงคนแรกของตำบลเชิงเนิน เล่าว่า การออกแบบของหม้อต้มสมุนไพรได้แรงบันดาลใจจากการไปศึกษาดูงานที่ตำบลเพ ซึ่งชุมชนที่นั่นใช้กันมานานแล้ว หลักการทำงานคือ ใช้แผงโซลาเซลล์รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวันส่งผ่านไปยังขดลวดที่อยู่ด้านใน ซึ่งเป็นตัวทำความร้อนทำให้น้ำในหม้อเดือด เพื่อต้มสมุนไพรทั้ง 6 ชนิดที่ปรุงเป็นน้ำสมุนไพรปราบแมลง

                ส่วนหลักการคัดเลือกสมุนไพรที่จะนำมาต้มก็ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เลือกพืชที่ให้รสขม รสฝาด และรสซ่า สมุนไพรที่กลุ่มใช้มี 6 ชนิด คือ สะเดา ข่า ตะไคร้ บอระเพ็ด ใบยูคาลิปตัส และใบสาบเสือ

                สับสมุนไพรทั้ง 6 ชนิดพอหยาบ ใช้อัตราส่วนอย่างละ 1 กิโลกรัมนำมาห่อรวมกันในผ้าขาวบาง ใส่ไว้ในหม้อต้ม เติมน้ำประมาณ 70 ลิตร หรือตามขนาดของหม้อ ระยะเวลาการต้มขึ้นอยู่กับสภาพแดดในแต่ละวัน ถ้าแดดแรงก็ใช้เวลา 2 วัน เวลาจะใช้ก็ผสมกับน้ำเปล่าเพื่อลดความเข้มข้น แล้วฉีดใบผักหรือต้นไม้ต่างๆได้

                สมุนไพรแต่ละชนิดให้คุณสมบัติที่แตกต่างกัน สะเดามีรสขม ข่ามีรสซ่าและเผ็ดร้อน รสชาติพรรค์นี้แมลงไม่ชอบ ตะไคร้ก็ให้รสซ่าและกลิ่นไล่ยุงได้ บอระเพ็ดให้รสขม ช่วยเคลือบใบ ทำให้แมลงไม่เกาะ เช่นเดียวกับใบยูคาลิปตัส และใบสาบเสือ สรุปว่าสรรพคุณพืชแต่ละชนิดล้วนไล่แมลงได้ทั้งนั้น

24

                การใช้วิถีแบบชาวบ้านมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดหม้อต้มสมุนไพรไล่แมลง ที่แลล้ำหน้ากว่าอีกหลายชุมชน จึงเกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านในตำบลเชิงเนิน เพื่อผลัดเวรมาทำน้ำสมุนไพร ทำให้คนแต่ละหมู่บ้านได้มีโอกาสกระชับไมตรี แลกเปลี่ยนข่าวสารนำมาสู่การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง ด้วยการใช้ทรัพยากรพื้นถิ่นให้มีประโยชน์อย่างคุ้มค่า

                จุดแข็งนี้ทำให้รายการ ‘สยามยลระยอง’ หยิบยกนำมาเสนอ เพื่อเป็นแบบอย่างการทำงาน ที่ก่อเกิดผลผลิตเป็นต้นทุนของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ส่วนรอยยิ้มและมิตรภาพที่เกิดจากการทำงานร่วมกันถือเป็นกำไร

                ยิ่งนับวัน...ยิ่งงอกเงยและงดงามยิ่ง

Comment

Comment:

Tweet